Fully Precast System & Cool Wall System
Fully Precast
ระบบการก่อสร้างแบบสำเร็จรูปที่ถูกคิดค้นและพัฒนาจากเทคโนโลยีการก่อสร้างชั้นสูง จากประเทศญี่ปุ่น โดยบริษัทบ้านไทยโฮม ได้นำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งานในประเทศไทย โดยเป็นระบบโครงสร้างที่นำวัสดุสำเร็จรูปที่หล่อจากโรงงาน นำมาประกอบในที่ดินของลูกค้า ได้แก่ ผนังและพื้น เพื่อย่นระยะเวลาในการก่อสร้างลงอีกทั้งยังได้คุณภาพและมาตรฐานที่เหนือกว่าระบบการก่อสร้างแบบเดิมๆ ที่เคยมีมาประกอบด้วยจุดเด่นที่สำคัญดังนี้
1. ใช้มาตรฐานการผลิตจากคอนกรีตกำลังสูงซึ่งเป็นคอนกรีตอัดแรงชนิดเดียวกับงานก่อสร้างขนาดใหญ่ ได้แก่ งานก่อสร้างทางด่วน,สะพานและอาคารสูงเป็นต้น ประกอบกับการพัฒนาระบบการยึดต่อชิ้นส่วนโครงสร้างด้วยเหล็กรูปพรรณ (Prefabriction & Multi Joint Lock System) ซึ่งมีการเชื่อมไฟฟ้าบริเวณรอยต่อซึ่งมีความแข็งแรงเหมาะสมในการก่อสร้างบ้านพักอาศัยอีกทั้ง ยังมีความรวดเร็วในการประกอบชิ้นส่วนหลายเท่าตัว เมื่อเทียบกับโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กแบบหล่อในที่
2. ใช้วิธีการหล่อคานและพื้นชั้นล่างที่หน้างาน ควบคุมโดยวิศวกรพร้อมทีมงานก่อสร้าง วิธีการการหล่อดังกล่างจะทำให้ชิ้นส่วนโครงสร้างมีความสมบูรณ์มากกว่า จากการกระจายตัวของมวลรวม (หิน,ทราย,ปูน) ภายในคอนกรีตที่สม่ำเสมอตลอดชิ้นส่วน แตกต่างจากการก่อสร้างบ้านทั่วไปที่ใช้การหล่อเสา - คาน ในแนวตั้ง ซึ่งพบปัญหาการกระจายตัว ที่ไม่สม่ำเสมอของมวลรวมเนื่องจากหินและทรายจะแยกชั้นกัน
3. ใช้เหล็กรูปพรรณ ในการยึดต่อโครงสร้าง (Prefabrication & Multi Joint Lock System) ที่มีความยืดหยุ่น พร้อมรับแรงสั่นสะเทือนได้สูง ตลอดจนมีการตราวจสอบความสามารถรับแรงเฉือนได้ง่าย เพราะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แตกต่างกับจุดต่อโครงสร้างคอนกรีตที่ดูแข็งแรง แต่ไม่ยืดหยุ่น และตรวจสอบเหล็กเสริมภายในไม่ได้
4. การเก็บงานและรอยต่อระหว่างแผ่นพรีแคส โดยทั่วไปจะให้ความสำคัญอยู่ 3 เรื่อง คือ เรื่องของความแข็งแรง เรื่องความเรียบร้อยสวยงาม และเรื่องของการบำรุงรักษา ลักษณะรอยต่อของแผ่น Precast ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณรอยต่อผนังกับผนังในแนวดิ่ง ผนังชิ้นบนกับผนังชิ้นล่างในแนวนอน และผนังกับพื้น ซึ่งรอยต่อดังกล่าวมักถูกออกแบบให้ป้องกันการรั่วซึมของน้ำ และอากาศ โดยอาศัยการออกแบบให้รอยต่อของชิ้นงานวางขบกันในลักษณะบังใบ แล้วยาแนวด้วยกาว PU (กาวโพลียูรีเทน)หรืออีกประเภทหนึ่ง คือ เว้นรอยต่อไว้เป็นโพรง แล้วเสริมเหล็กเส้น กรอกปูน Non-Shrink (ปูนที่มีคุณสมบัติยึดเกาะดี ไม่หดตัว) แล้วจึงยาแนวด้วยกาว PU สามารถใช้วัสดุตกแต่งมาปิดทับรอยต่อ เพื่อปกป้องให้รอยต่อนั้นมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น เช่น บัวประดับ เป็นต้น หรือติดวัสดุที่ช่วยเบรครอยต่อเพื่อป้องกันการแตกร้าวหรือเสื่อมสภาพในภายหลังด้วยคิ้ว บัว โลหะ หรือ PVC ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก หากต้องทำการซ่อมแซมรอยต่อ ก็สามารถทำได้โดยการลอกวัสดุที่ใช้ยาแนวเดิมออก แล้วทำการยาแนวใหม่ 

ขั้นตอนการสร้างบ้านด้วยเทคโนโลยี Precast

ขั้นตอนที่ 1  ตอกเสาเข็มและการสกัดหัวเข็ม

โดยคำนวณขนาดและความยาวของเสาเข็มจากผลการทดสอบลักษณะของชั้นดินในบริเวณก่อสร้าง และทำการกำหนดตำแหน่งเข็มให้ถูกต้องตามแบบ

ก่อนตอกเสาเข็มลงดิน

 

ขั้นตอนที่ 2 ติดตั้งฐานรากบ้าน

ทำการติดตั้งฐานรากบ้านบนเสาเข็ม ที่ตัดให้ได้ผิวเรียบตามระดับที่กำหนด ทำการเสริมเหล็กและตรวจสอบก่อนการเทคอนกรีต

 

 

ขั้นตอนที่ 3 ติดตั้งแผ่นพรีแคส

ขนส่งแผ่น Precast มาที่หน้าโครงการและทำการติดตั้งแผ่นผนัง Precast ชั้นที่ 1 ในวันที่ 1 หลังจากนั้น วันที่ 2 ติดตั้งพื้นชั้น 2 ตามด้วย

แผ่นผนังชั้นที่ 2 โดยการติดตั้งจะมีประสานรอยต่อระหว่าง ผนัง+ผนัง และ ผนัง+พื้น ด้วยคอนกรีตพิเศษ และเสริมความแข็งแรงด้วยเหล็กเส้นในจุดต่อ (Joint)

 

ขั้นตอนที่ 4  ติดตั้งโครงหลังคาและมุงหลังคา

ประกอบโครงหลังสำเร็จรูป (SAMART TRUSS) และติดตั้งโครงหลังคาสำเร็จรูป ติดตั้งฉนวนกันความร้อนก่อนมุงหลังคา

 

ขั้นตอนที่ 5 งานแต่งเปลือย+งานติดตั้งบัวปูน+งานทาสีภายใน,ภายนอก

ช่างจะเริ่มติดตั้งบัวปูนตามแบบที่กำหนด ในขณะเดียวกันช่างสีก็จะเริ่มดำเนินการทาสีรองพื้นชั้นที่ 1 พร้อมกับงานแต่งเปลือยผนังบางจุดที่เป็นจุดต่อของ

แผ่นผนังกับผนังและผนังกับบัวปูนเพื่อเตรียมการทาสีจริง

 

ขั้นตอนที่ 6 งานฝ้าเพดาน ไฟฟ้าและประปา

ช่างไฟฟ้าจะเริ่มเดินสายไฟฟ้าและงานฝ้าเพดานก็จะเริ่มพร้อมๆกัน รวมไปถึงงานประปาที่สามารถทำได้พร้อมกันคู่ขนาน

 

 

ขั้นตอนที่ 7 งานปูกระเบื้องปูพื้น , ติดตั้งสุขภัณฑ์ และติดตั้งบันได

ช่างปูกระเบื้องจะเริ่มปูกระเบื้อง พื้น , ผนังภายในห้องน้ำ , พื้นห้องครัว และพื้นชั้นที่ 1 รวมไปถึงการปูลามิเนตที่ชั้น 2หลังจากนั้นก็ทำการติดตั้งสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ

และงานติดตั้งบันไดสำเร็จรูป

 

ขั้นตอนที่ 8 งานติดตั้งประตู, หน้าต่าง

งานติดตั้งประตู , หน้าต่าง อะลูมิเนียม ที่เป็นภายนอก และงานติดตั้งวงกบและบานประตู ที่ชั้นสอง

 

ขั้นตอนที่ 9 เก็บงานสีและรายละเอียดพร้อมตรวจบ้านครั้งสุดท้าย

ทำการเก็บรายละเอียดของตัวบ้านทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อนจะส่งบ้านให้ลูกค้า

 

ขั้นตอนที่ 10 ส่งบ้านลูกค้าพร้อมรอยยิ้ม เสร็จไวตามที่ลูกค้าต้องการ

ส่งมอบบ้านที่มีคุณภาพ ทั้งด้านการก่อสร้างเชิงวิศวกรรมและวัสดุก่อสร้างที่ได้มาตราฐาน ให้ลูกค้าได้มีรอยยิ้มและความทรงจำดีๆกับเรา

Powered by MakeWebEasy.com